จากวันนั้น..ถึง..วันนี้






26 ธันวาคม 2547
วันที่คนใต้จะจดจำไว้ไม่รู้ลืม
26 ธันวาคม 2548
ครบรอบวันสูญเสีย 1 ปีเต็ม
จากเหตุการณ์สูญเสีย สูญสิ้น เศร้าโศก แบบไม่ทันได้ตั้งตัวใดๆ
ตื่นเช้ามาก็ไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลยแม้แต่น้อย วันนี้ต้องขึ้นไป
เปิดร้านเอง แต่ก่อนไปก็ต้องไปซื้อของเข้าร้าน และ..ระหว่างที่
ยืนรอเข้าคิวซื้อของอยู่นั่นเอง...(((กริ๊ง)))เสียงโทรศัพท์ดังมา
จากกระเป๋าถือ..เป็นเบอร์ของ..แม่..โทรเข้ามา ให้นึกสงสัยว่า
แม่จะโทรมามีอะไรน้อ สวัสดีค่ะ...แม่ มีอะไรค่ะ..
เสียงแม่ถามกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยปกติว่า..ลูกอยู่ไหน
ก็ตอบแม่ไปว่า..อยู่ที่ร้านขายส่ง..กำลังรอคิวจ่ายเงิน..
แม่พูดต่อว่า..ไม่ต้องไปร้านน่ะวันนี้...ห้ามไปเด็ดขาด
ถามแม่ไปด้วยความ งง ว่า...ทำไมค่ะ มีอะไร
แม่ตอบมาว่า..น้ำกำลังท่วมที่ป่าตอง
ยิ่ง งง หนัก..แต่ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องอะไร
และไม่รู้จักคำว่า"คลื่นยักษ์สึนามิ"
จึงตอบแม่ไปว่า..น้ำท่วม..แล้วทำไม ไม่ให้ไปร้าน
เกี๋ยวอะไรกับน้ำท่วมด้วย
ตอบแม่ไปด้วยเสียงปนหัวเราะซะด้วยซ้ำไป
สายโทรศัพท์ "หลุด"ไป...ก็ยังไม่ได้คิดอะไร...
กำลังจะจ่ายเงิน ((((กริ๊ง)))) แม่โทรเข้ามาอีกครั้ง
กดรับสาย...สวัสดีค่ะแม่ .....
แม่...ลูกไม่ต้องไปป่าตองนะ
ตอนนี้น้ำท่วมถึงชั้นสามของโรงแรมแห่งหนึ่งแล้ว
((ตกใจ))....อะไรน่ะ..น้ำท่วมถึงชั้นสามของโรงแรม
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรา
แล้วสายโทรแม่ก็"หลุด"อีกครั้ง
เมื่อจ่ายเงินค่าของเรียบร้อย...ก็รีบขับรถกลับบ้าน
เข้าบ้านรีบไปเปิดโทรทัศน์ช่อง 11 เห็นข่าวที่ออกอากาศ สดๆ
ให้รู้สึก ใจหาย ใจสั่น มือสั่น
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเราเนี๊ยะ
(((กริ๊ง))) แม่..โทรมาอีกครั้ง รีบรับสายยังไม่ทันพูดอะไร
แม่ถามทันทีว่า..
...ลูกอยู่ไหน..ตอบแม่กลับไปว่า..อยู่บ้านค่ะแม่..(เสียงแม่ถอน
ใจแบบโล่งอก) พร้อมกับคำพูดว่า....ดีแล้วอย่าออกไปไหนนะ..
แล้วให้รีบเก็บของที่คิดว่าจำเป็น ของมีค่าต่างๆ ให้พร้อมเผื่อมี
อะไรเกิดขึ้น เราจะได้หนีทัน...แม่ใช้คำว่า "หนี"..
ยิ่งทำให้ใจเสีย น้ำตาไหลตลอดเวลาที่เก็บของ
รับคำแม่สั่ง แล้วก็รีบเก็บของใช้ ของมีค่าต่างๆ...
ใส่ลงกระเป๋า..แล้วกลับมานั่งดูโทรทัศน์ ..คนเสียชีวิตมากมาย
น้ำตาไหลอีกแล้ว...ในใจมีแต่คำถามว่า...
..."นี่มันเกิดอะไร" "นี่มันเกิดอะไร"..ตลอดเวลา..
ตลอดระยะเวลาที่อยู่บ้าน เสียงไซเรน ของรถพยาบาล
รถตำรวจ รถมูลนิธิ ดังตลอดไม่ขาดสาย..
ยิ่งทำให้ใจเสียมากขึ้นกว่าเดิม
ช่วงนี้ ติดต่อใครก็ไม่ได้ โทรศัพท์มีปัญหา ทุกระบบ...
พยายามโทรหาเพื่อนรักที่เข้าหลักก็ไม่ติด ..
โทรหาแม่ก็ไม่ติด...
โทรหาน้องสาวก็ไม่ติด
โทรหาใครๆก็ไม่ติดสักคน....
นั่งร้องไห้หน้าทีวี...แบบใจเสียไปหมด...นึกถึงน้องสาว เพราะ
น้องไปลงทะเบียนเรียนต่อที่ จ.นครศรีธรรมราช..รู้สึกเป็นห่วง
น้องสาวมาก แต่ติดต่อไม่ได้ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเรา อยู่
เพียงคนเดียวในโลก เพราะติดต่อใครไม่ได้เลย...
และ...ประมาณ..บ่ายสามโมง..ได้รับโทรศัพท์จาก..
เพื่อนคนหนึ่ง..โทรมาบอกว่า....................
เราสูญเสียเพื่อนรักในกลุ่มไปพร้อมสามี 1 ครอบครัว...
((((โครม)))) เสียงมือถือหล่นพื้นกระจาย....
นั่งร้องไห้นึกถึงเพื่อนรักที่จากไป...แบบไม่รู้ตัว เพราะเราเพิ่ง
แยกจากกันมาเพียงไม่กี่ชัวโมงเอง
ด้วยคืนวันที่ 25 เป็นวันคริสมาส เพื่อนและสามีเพื่อน
จัดงานฉลองวันคริสมาส....และไม่คิดเลยว่า..
นั่นเป็นการเลี้ยง..ครั้งสุดท้าย
นั่นจะเป็นการได้พบเพื่อนรักคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย
เรายังร่วมกันร้องเพลงมากมาย..เรามีความสุขกันทั้งกลุ่ม..
ไม่นึกเลยว่า....หลังจากนั่นเพียงไม่กี่ชั่วโมง..
เพื่อนรัก..จะจากเราไปแบบไม่กลับ
วันที่ 27 - 30 ธันวาคม 2547 เราไปช่วยค้นหา ร่างของเพื่อน
และครอบครัว พบแต่ร่างของสามีเพื่อน และทรัพย์สิน
บางอย่าง....แต่ไม่พบร่างของเพื่อนรัก...
หาจนอ่อนแรง หาไปร้องไห้ไป เรียกหาเพื่อนไป...ก็ไม่พบ
วันที่ 1 มกราคม 2548 เวลา 12.00 น
เจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาบอกว่า..
"คิดว่าจะพบเพื่อนคุณแล้วนะครับ ยังไงก็ช่วยมาดูด้วยครับ"
หลังจากวางสาย..เรารีบไปรับเพื่อน 3 คนไปด้วยกัน
ที่..เขาหลัก..
พบร่างที่ถูกห่อด้วยผ้าสีขาว..นอนเรียงอยู่มากมาย หนึ่งในนั้น
คงเป็นร่างของเพื่อนรักเรา เมื่อไปถึงก็ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ เจ้า
หน้าที่ก็เดินนำพวกเราไปดูร่างที่คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนรักของ
เรา...ระหว่างที่เดินตามเจ้าหน้าที่ไป..พวกเราสามคนเดินจับมือ
กันไปตลอดทาง รู้สึกได้ถึงมือที่สั่นเพราะ..เราทั้งสามคน
ร้องไห้พร้อมกัน...แต่...ผลปรากฏว่า...ร่างที่เจ้าหน้าที่พบไม่ใช่
ร่างของเพื่อนเรา...
เรา..จึงขอธูปกับชาวบ้าน..แถวนั้น..เพื่อจุดบอกเพื่อนรัก...
เพื่อนจ๋า..อยู่ไหน..ให้เราพบร่างเพื่อนในวันนี้ด้วยเถอะน่ะ
เพื่อน...และระหว่างที่จุดธูป ก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง..แล้ว..เรา
เอง..ก็มีความรู้สึกอยากจะเดินไปที่ขอนไม้ใหญ่ทางซ้ายมือ..
เดินไปเพียงคนเดียว..พอไปถึงขอนไม้ใหญ่ รื้อก้านมะพร้าว
และซากไม้ออก ก็เห็น "มือคน"โผล่มาหนึ่งข้าง ก็ตะโกนเรียก
เจ้าหน้าที่ให้มาดู...เจ้าหน้าที่ก็วิ่งมา 3 คนพร้อมกับเพื่อนเราอีก
สองคน...มารื้อๆ เอารถมายกขอนไม้ใหญ่นั่นออกแล้วภาพตรง
หน้าก็ทำให้เรา..เกิดอาการ"เข่าอ่อน"ยืนไม่ติดทรุดตัวลง..
ร้องไห้แบบไม่อายผู้คน...
ร่างนั้นเป็นร่างของเพื่อนรักเราเอง...เพื่อนคงทรมานมากกว่าจะ
สิ้น โดนต้นไม้ใหญ่ทับร่าง...หลังจากนั้นเราก็ไม่รู้อะไรอีกเลย
เพราะ..เราเป็นลม..ไปฟื้นอีกที นอนอยู่บนเตียงในห้องพักของ
โรงพยาลแห่งหนึ่ง...มีสายน้ำเกลือเสียบติดที่แขนด้วย เพราะ
ตั้งแต่ทราบข่าวเรื่องเพื่อนรัก เราไม่ได้ทานอะไรเลย
ทานไม่ลง.......
หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล
ก็มาจัดการเรื่องเพื่อนรัก...จนเสร็จเรียบร้อย
จากวันนั้นจนถึงวันนี้....
เรายังไม่ลืมเพื่อนรักคนนี้เลยแม้แต่วันเดียว....
แล้ววันที่ 26 ธันวาคม 2548ที่จะถึงนี้ พบกันนะเพื่อนรัก....
เพื่อนของเราคนนี้ชื่อ....."แหม่ม"

ขอให้เพื่อนรักนอนหลับให้สบาย